Loading ...
Plan your campaign
EN TH

OUTTHERE : August 2020

 

ในวันที่ Facebook เจอวิกฤตครั้งใหม่ เมื่อบริษัทและแบรนด์ดังกว่า 100 แห่งในสหรัฐฯ ได้เข้าร่วมแคมเปญ Stop Hate for Profit เพื่อส่งสารสำคัญให้เจ้าของแพลตฟอร์ม หันมาจัดการเนื้อหาที่มีถ้อยคำรุนแรงไม่เหมาะสม นำไปสู่ความแตกแยกในสังคม แต่ดูเหมือน Facebook จะยังไม่มีนโยบายและมาตรการจัดการกับเรื่องนี้ที่ดีพอ บริษัทต่างๆจึงยุติการซื้อโฆษณาของ Facebook, Instagram และแพลตฟอร์มอื่นๆ เช่น YouTube, Twitter

  • North Face ใช้เงินกับการโฆษณาบนแพลตฟอร์มของ Facebook 3.3 ล้านดอลล่าร์ ซึ่งเป็นแบรนด์ใหญ่เจ้าแรกที่ประท้วง Facebook และ Instagram ด้วยการระงับการโฆษณา 
  • Unilever ใช้เงินกับการโฆษณาบนแพลตฟอร์มของ Facebook 42.4 ล้านดอลล่าร์ จะหยุดลงโฆษณาในสหรัฐฯ บน Facebook, Instagram และ Twitter อย่างน้อยจนถึงสิ้นปี 2020 โดยให้เหตุผลว่าไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการแบ่งฝ่ายในช่วงระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาที่ร้อนแรงในขณะนี้ พร้อมบอกด้วยว่า การให้แบรนด์อย่าง Dove หรือ Lipton ปรากฏตัวบนแพลตฟอร์มในช่วงเวลาดังกล่าวไม่ได้ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผู้คน หรือสังคมแต่อย่างใด
  • Coca-Cola ใช้เงินกับการโฆษณาบนแพลตฟอร์มของ Facebook 22.1 ล้านดอลล่าร์ จะหยุดลงโฆษณาบนทุกแพลตฟอร์มทั่วโลก ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม เป็นเวลาอย่างน้อย 30 วัน
  • Verizon Communications ผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ในสหรัฐฯ ใช้เงินกับการโฆษณาบนแพลตฟอร์มของ Facebook 22.9 ล้านดอลล่าร์ จะหยุดจ่ายค่าโฆษณาบน Facebook และ Instagram จนกว่า Facebook จะสามารถสร้างโซลูชั่น หรือนโยบายที่ชัดเจนในการจัดการกับปัญหาเรื่อง Hate Speech ได้
  • Ben & Jerry’s ผู้ผลิตไอศกรีมชื่อดัง ก็เข้าร่วมแคมเปญด้วยการหยุดโฆษณาบน Facebook และ Instagram ในสหรัฐฯ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม

นอกจากนี้ ยังมีแบรนด์ Honda motor, Hershey, Patagonia และแบรนด์เสื้อผ้าอย่าง Lululemon, Jansport และ Levi ต่างก็เข้าร่วมแคมเปญด้วย

ล่าสุดแบรนด์ใหญ่ อย่าง Starbucks และ Pepsi ได้ประกาศหยุดซื้อโฆษณาบน Facebook แล้วเช่นกัน

นอกจากนี้ ยังมีบริษัทบางแห่ง เช่น Procter & Gamble (P&G) และ Diageo กำลังอยู่ในขั้นตอนพิจารณาว่าจะยุติการซื้อโฆษณาบน Facebook หรือไม่

ผลจากการประท้วง ส่งผลให้หุ้นของ Facebook ตกลงถึง 8.31% เช่นเดียวกับ Twitter ที่หุ้นตกลงเช่นกัน 7.39% และส่งผลกับรายได้ของ Facebook อย่างแน่นอน

source : bloomberg, brandbuffet, marketthink, techoffside, marketingoops

 

เมื่อโลกของออนไลน์ควบคุมเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมได้ลำบาก สื่อนอกบ้านจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการสื่อสารแบรนด์

ที่จะช่วยสร้าง Impact ให้กับแบรนด์ มีความยืดหยุ่นในการทำโฆษณา และยังสามารถเล่นเรื่องราวในด้านบวกได้เสมอ

 

 

การแสดงดนตรีสดจาก 4 ศิลปินชื่อดังของไทย บอดี้สแลม, โปเตโต้, ปาล์มมี่ และเป๊ก ผลิตโชค ที่มาร่วมสร้างสีสันบนเส้นทางการเดินทางในกรุงเทพฯโปรเจคนี้เกิดขึ้นเพื่อเติมกำลังใจให้ทุกคนผ่านช่วงวิกฤติโควิด-19 ในวันที่ต้องออกจากบ้านส่งลูกหลานกลับเข้าสู่รั้วโรงเรียน และคนทำงานที่กลับเข้าสู่โหมดทำงานที่ออฟฟิศ ผ่านช่องทางการเผยแพร่แบบมัลติแพลทฟอร์ม รับชม Live show ผ่านจอดิจิตอลทั่วกรุงเทพ ที่มาพร้อมเสียงผ่านวิทยุคลื่น GreenWave 106.5 และ 94 EFM รวมถึงสามารถชมผ่าน live Facebook ได้ทางเพจ GMM Grammy, Atime Showbiz , Plan B Media, Goodthings Happen และ Chang World คอนเสิร์ตจัดขึ้นเมื่อวันที่ 1 ก.ค.63 เวลา 07.30 – 09.00 น. แคมเปญนี้ยังเป็นกระแสบนโลกออนไลน์จนติด Top 10 บน Twitter อีกด้วย

 

 

“CREATE YOUR OWN HAPPINESS ส่งต่อความสุขในแบบของคุณ

น้ำดื่มสิงห์ Mickey Mouse Collection ดีไซน์ฉลากด้วยตัวอักษร ตั้งแต่ A-Z จำนวน 26 ตัว และเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่นำคาแรคเตอร์มิคกี้ เมาส์ ที่มากที่สุดกว่า 60 ลายไม่ซ้ำกัน มาสร้างความสนุกให้กับผู้บริโภคสามารถเลือกใช้ตัวอักษรสื่อสารทั้งการให้กำลังใจและสร้างแรงบันดาลใจ เติมเต็มความสุขให้กับคนไทยผ่านตัวอักษรง่ายๆ เช่น HAPPY, LUCKY, WELL, ENJOY เป็นต้น

Source : brandinside

 

 

วันนี้คุณเช็คอินคนรอบข้างบ้างหรือยัง

แคมเปญเช็คอิน (Check in) …สุขภาพจิตดีเริ่มที่ใส่ใจ จากกรมสุขภาพจิต เลือกใช้สื่อนอกบ้าน เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนสำรวจสุขภาพจิตของตนเองและคนรอบข้าง เพื่อลดผลกระทบจากปัญหาต่อเนื่องที่ประเทศไทยประสบกับสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

Source : www.dmh.go.th